หน้าแรก|ผังเว็บไซต์
TH|EN

Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

หลักการกำกับดูแลกิจการ

สารจากประธานกรรมการรายงานคณะกรรมการตรวจสอบ



รียน ท่านผู้ถือหุ้น

  ในช่วงปลายปี 2551 เกิดวิกฤติการณ์ทางสภาวะการเงินที่ร้ายแรงที่สุดนับตั้งแต่ Great Depression. In 1929 โดยเริ่มจากประเทศสหรัฐอเมริกา, ยุโรป และเกือบทุกประเทศทั่วโลก ส่งผลให้สถาบันการเงินชั้นนำของโลกอยู่ในภาวะเกือบล้มละลายและหลายแห่งต้องประสบกับปัญหาการล้มละลาย ทำให้รัฐบาลและธนาคารกลางของประเทศนั้นๆ ออกมาตรการพิเศษเพื่อพยุงเศรษฐกิจไม่ให้ล่มสลาย โดยให้เงินกู้สถาบันการเงิน อีกทั้งรับประกันเงินฝากเพื่อสร้างความเชื่อมั่น พร้อมกับปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและอัดฉีดเงินเข้าระบบอย่างมากมายมหาศาลพร้อมกันเกือบทุกประเทศ ทำให้เศรษฐกิจโลกในปี 2552 หลุดพ้นจากการล่มสลาย แต่ก็ทำให้เศรษฐกิจโลกในปี 2552 ลดลงถึง 2.0% ซึ่งเป็นการหดตัวลงมากที่สุดเป็นประวัติการณ์หลังสงครามโลกครั้งที่ 2

สำหรับประเทศไทยในปี 2552 นั้น GDP ติดลบ เนื่องจากการภาวะการส่งออกปรับตัวลงอย่างรุนแรง ในครึ่งปีแรกของปี 2552 อีกทั้งการถดถอยของการลงทุนจากภาครัฐและเอกชน ถึงแม้ว่าประเทศไทยจะได้รัฐบาลใหม่ในปลายปี 2551 และรัฐบาลใหม่ได้อัดฉีดเงินเข้าระบบเศรษฐกิจ ในไตรมาส 2 ซึ่งทำให้มีการกระตุ้นเศรษฐกิจประกอบกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ทำให้ครึ่งปีหลังของปี 2552 เศรษฐกิจติดลบน้อยลง และ GDP ในไตรมาสสุดท้ายเป็นบวก 5.8% เนื่องจากภาคเอกชนและผู้บริโภคเริ่มมีความมั่นใจทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น ถึงแม้ว่าภาวะความไม่แน่นอนทางการเมืองยังคงดำเนินต่อเนื่องมาเกือบ 3 ปี ติดต่อกัน และ GDP ในปี 2552 ติดลบเกือบ 3 % ก็ตาม ในปี 2552 ตลาดรวมรถจักรยานยนต์ในประเทศมียอดจำหน่ายที่ 1,553,561 คัน ลดลง10.8% เมื่อเทียบกับปี 2551 เช่นเดียวกับตลาดรวมรถยนต์ในประเทศมียอดจำหน่ายที่ 548,871คัน ลดลง 10.8% เมื่อเทียบกับปี 2551 เป็นผลมาจากวิกฤติเศรษฐกิจโลก ทำให้เศรษฐกิจภายในประเทศซึ่งต้องพึ่งพาการส่งออก 70% ของ GDP ชะลอตัวอย่างรุนแรงในครึ่งปีแรกของปี 2552 ประกอบกับสภาวะการว่างงานที่สูงขึ้นและทำให้ภาคการบริโภคลดลงอย่างรุนแรง ถึงแม้ว่าราคาสินค้าเกษตร เช่น อ้อย, มันสำปะหลัง, ยางพารา, ข้าว จะปรับตัวดีขึ้นในครึ่งปีหลัง แต่ฐิติกรก็ยังคงสามารถขยายสินเชื่อได้ 15% ในปี 2552 ซึ่งเป็นผลจากการเพิ่มประสิทธิภาพของ73สาขาที่มีอยู่เดิม และเปิดสาขาเพิ่มอีกจำนวน 3 แห่งรวมมีสาขาทั้งสิ้น 76 สาขา ครอบคลุม 44 จังหวัดทั่วประเทศ TK มีนโยบายที่เข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อติดต่อกันมา 3 ปีซ้อน และมีความพร้อมในด้านเครือข่ายและบุคลากรที่มีประสบการณ์และมีความมุ่งมั่น ทำให้บริษัทฯ สามารถขยายตัวได้ดีทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพลูกหนี้ อีกทั้งทางบริษัทฯ ดำเนินนโยบายการตั้งสำรองที่เข้มข้นและฐานเงินทุนที่แข็งแกร่งกว่า 2,865 ล้านบาท ทำให้อัตราหนี้สินต่อทุน (D/E) ของบริษัทอยู่ในอัตราที่ต่ำมากถึง 1.32 เท่า ซึ่งพิสูจน์ถึงความเข็มแข็งของฐานะทางการเงินประกอบกับนโยบายทางธุรกิจที่มีความระมัดระวัง ทำให้ทางบริษัทฯ ได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อยจากวิกฤติการณ์ดังกล่าว ซึ่งในปี 2553 ทางบริษัทฯ มีความมั่นใจว่าจะสามารถขยายตัวได้อย่างต่อเนื่องไปพร้อมๆ กับการขยายตัวของตลาดรถจักรยานยนต์และรถยนต์ซึ่งจะฟื้นตัวขึ้นตามเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจภายในประเทศไทย ที่มีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างเห็นได้ชัด

ข้าพเจ้าขอถือโอกาสนี้ ขอบคุณลูกค้า ผู้ผลิต พันธมิตรทางธุรกิจและท่านผู้ถือหุ้นที่ให้ความไว้วางใจและให้การสนับสนุนด้วยดีเสมอมา ความสำเร็จขององค์กรตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเกิดจากความมุ่งมั่นและประสบการณ์ของบุคลากร ตลอดจนผู้บริหาร พนักงานของบริษัทฯ ประกอบกับการพัฒนาปรับปรุงระบบการจัดการให้มีประสิทธิภาพอยู่เสมอ ทำให้บริษัทฯ เป็นผู้นำอันดับ 1 ต่อเนื่องมากว่า 27 ปี ในธุรกิจเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะยังคงได้รับการสนับสนุนจากท่านอย่างต่อเนื่องต่อไปในอนาคต
 

ดร.ชุมพล พรประภา
   ประธานกรรมการ
   

 

 

 


E-Hire Purchase

ขออนุมัติสินเชื่อผ่านInternet

 

-----------------------------------

E-Receipt

ระบบจัดพิมพ์ใบเสร็จ

 

-----------------------------------

TK Card

TK Card บัตรสำหรับชำระค่างวด

-----------------------------------

-----------------------------------